เสียงเพลงแห่งเสรีภาพ

ผมเคยตั้งข้อสังเกตไว้นานแล้วว่า เสียงเพลงที่ถูกทำให้แพร่หลายอย่างจงใจในสมัยก่อนหลายเพลง เป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายทางการเมืองอย่างแน่นอน

เช่น ในเรื่อง ราชาธิราช ฉากที่มีการสอนให้เด็กๆ ขับร้องเพลงบอกเล่าเรื่องราวที่นางมหาเทวีจะเป็นชู้กับสมิงมราหู ก็ย่อมเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการกระทำของฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อนางมหาเทวี

หรืออย่างกรณีของเพลงยาวพยากรณ์ฯ ในสมัยอยุธยา ก็แน่ชัดว่าเป็นสาส์นทางการเมืองของฝ่ายที่ต้องการโค่นล้มอำนาจเดิม ซึ่งในบทวิเคราะห์ของนิธิ เอียวศรีวงศ์ เสนอว่าเพลงยาวบทนี้น่าจะถูกใช้งานโดยขุมกำลังฝ่ายพระเจ้าเสือ เพื่อปฏิวัติโค่นล้มราชบัลลังก์ของพระนารายณ์

ในทางฝั่งตะวันตกก็ย่อมเคยมาปรากฏการณ์คล้ายๆ กันนี้เหมือนกัน และเนื้อเพลงโบราณหลายๆ เพลงที่ตกทอดมาก็แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวพันกับสถานการณ์ทางการเมืองทั้งสิ้น

แต่สำหรับผมแล้ว กรณีของ Henriet Tubman นั้นน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเธอเป็นทาสสตรีผิวดำ ที่แรกถือกำเนิดขึ้นมาในฐานะทาส แต่ในภายหลังได้พลิกสถานะตนเองเป็นเสรีชนผู้ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

และเธอยังใช้ดนตรีเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของเธออีกด้วย

Henriet Tubman เกิดที่รัฐแมรีแลนด์ราวปี พ.ศ. 2363-2368 เธอมีพี่น้องหลายคน แต่บางส่วนถูกนายทาสขายไปเมื่อยังเด็ก

ชีวิตของ Tubman เผชิญกับการกดขี่ทารุณของนายทาสตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งการทำงานในไร่ที่หนักหน่วง และการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีอย่างทารุณ

และครั้งที่หนักหนาที่สุดคือเหตุการณ์ที่มีทาสคนหนึ่งพยายามหลบหนีจากไร่ และผู้ติดตามได้ขว้างแท่งโลหะขนาดใหญ่มาถูกศีรษะของเธอโดยบังเอิญ

บาดแผลครั้งนั้นสร้างความทุกข์ทรมานแก่เธอชั่วชีวิต ทั้งจากอาการปวด และการเป็นโรคลมหลับ (narcolepsy) หรือสภาวะที่หลับง่ายอย่างเกินเหตุ

อย่างไรก็ตาม Tubman เป็นสตรีผู้เคร่งศาสนา และมองว่าความทุกข์ทรมานเหล่านั้นเป็นเสมือนนิมิตจากพระเจ้า

Tubman หลบหนีจากนายทาสในปี พ.ศ. 2392 ไปยังดินแดนตอนเหนือ แต่ด้วยความเป็นห่วงครอบครัว เธอย้อนกลับมายังแมรีแลนด์อีกหลายครั้ง และทยอยช่วยเหลือพี่น้องออกไปด้วยกัน

แต่ทำไปทำมา Tubman ไม่เพียงช่วยญาติของเธอเท่านั้น แต่ยังขยายเครือข่ายเป็นการช่วยเหลือทาสคนดำจำนวนมาก โดยผ่านเครือข่ายที่รู้จักกันในชื่อว่า Underground Railroad (ทางรถไฟใต้ดิน)

แน่นอนว่าการกระทำของ Tubman ทำให้นายทาสจำนวนมากโกรธแค้น และตั้งราคาค่าหัวของเธอด้วยเงินจำนวนสูง แต่อย่างไรก็ตาม เครือข่ายของ Underground Railroad นั้นถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดและเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน เธอจึงไม่เคยพลาดท่าถูกจับ

(เครือข่าย Underground Railroad คือการร่วมมือของกลุ่มคนทั้งผิวขาวผิวดำที่สนับสนุนการเลิกทาส มีการบุกเบิกเส้นทางลับ และมีที่พักที่ปลอดภัยจากทางการ)

และที่น่าสนใจ คือ Tubman ใช้เสียงดนตรีเป็นอุปกรณ์หนึ่งในการพาพวกทาสหลบหนี

เช่น มีเรื่องเล่าว่าเธอจะร้องเพลงเป็นสัญญาณ ระบุให้พวกทาสที่ซ่อนอยู่รู้ว่าขณะนี้สถานการณ์อยู่ในอันตรายหรือปลอดภัย เป็นต้น

นอกจากนั้น เนื้อเพลงหลายเพลงที่ (กล่าวกันว่า) เธอแต่ง ยังซ่อนสัญลักษณ์ที่สื่อสารถึงทาสคนดำอย่างลับๆ ด้วย เช่นเพลง In Wade in the Water (ลุยน้ำ) ซึ่งมีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า

“Wade in the Water. God’s gonna trouble the water.”

สื่อสารถึงพวกทาสที่กำลังหลบหนีอยู่ว่า “จงลงน้ำ เพื่อลบกลิ่นจากสุนัขที่ไล่ตามมา

หรืออย่างเพลง Swing Low Sweet Chariot ที่มีเนื้อร้องว่า

“Swing low, sweet chariot,

Coming for to carry me home,”

ก็หมายถึงการนัดแนะกันหลบหนี เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วเพลงเหล่านี้ยากที่จะบอกว่าใครเป็นผู้แต่ง เพราะเป็นเพลงเก่าร้องกันมานมนานในหมู่คนดำที่พลัดบ้านเมืองมา เพียงแต่ว่ามีการบันทึกไว้ว่า Tubman ใช้ประโยชน์จากเพลงเหล่านี้จริงเท่านั้น

หลังเลิกทาส Tubman ยังเป็นสตรีที่รณรงค์เพื่อสิทธิสตรีอย่างเข้มแข็ง และได้รับการเชิดชูเกียรติ ยกย่องเป็นบุคคลสำคัญที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมมาตลอดชีวิต

Tubman
Harriet Tubman

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s