รุ่งโรจน์-ลับล่วง กระแสดนตรีคลาสสิคในสังคมจีนศักดินา-คอมมิวนิสต์

หลายคนคงยังไม่ทราบว่า ปัจจุบัน ประเทศผู้ผลิตเปียโนส่งออกมากที่สุดในปัจจุบันคือประเทศจีน ซึ่งคิดเป็นปริมาณถึง 80 % ในท้องตลาด

แต่กว่าจะถึงจุดนี้ เปียโน และความรู้เรื่องดนตรีคลาสสิคในประเทศจีนใช่ว่าจะผ่านมาอย่างราบรื่น ดังที่ในบทความ After the Cultural Revolution: what western classical music means in China ของ Madeleine Thien (theguardian.com วันที่ 8 กรกฎาคม 2559) ให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจว่า

ดนตรีคลาสสิค หรือดนตรีตะวันตก ได้รับการบันทึกว่าถูกนำเข้าสู่ประเทศจีน (อย่างเป็นทางการ) ครั้งแรกใน พ.ศ. 2144 โดยคณะนักบวชเยซูอิด

มีการถวายเครื่องดนตรีประเภทลิ่ม keyboard แก่พระจักรพรรดิ ซึ่งมอบหมายให้ขันที 4 คนหัดเรียนรู้วิธีบรรเลง (โดยคนหนึ่งในนั้นมีอายุถึง 72 ปีแล้ว)

ต่อมาในรัชสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ ยังปรากฏบันทึกว่าทางราชสำนักมีนักดนตรีที่สามารถบรรเลงดนตรีตะวันตกรวมวงได้เป็นจำนวนถึง 18 คน นอกจากนั้นยังมีการจัดทำสารานุกรมว่าด้วยทฤษฎีดนตรีตะวันตกอีกด้วย

ยิ่งเมื่อเข้าสู่ยุคราชวงศ์ชิง การแพร่หลายของศาสนาคริสต์ (โดยเฉพาะในหมู่คนยากจน) ยิ่งทำให้ดนตรีตะวันตกได้รับความนิยมมากขึ้นตามไปด้วย เด็กๆ ชาวจีนได้รับการสอนให้ขับร้องเพลงศาสนา และเล่นเครื่องดนตรีตะวันตกหลายชนิด

ดนตรีตะวันตก จึงกลายเป็นเสมือนเครื่องหมายของ “ความใหม่” ในยุคสมัยที่กำลังต้องการความเปลี่ยนแปลง และองค์ความรู้สมัยใหม่จากโลกตะวันตกหลายอย่างที่แพร่กระจายในหมู่ปัญญาชนรุ่นใหม่ชาวจีน ยังส่งผลให้เกิดการดูหมิ่นความรู้-ความเชื่อเก่าๆ

จนปัญญาชนผู้หนึ่งถึงกับกล่าวไว้ว่าดนตรีแบบจีนโบราณนั้นควรจะถูกทำลายให้หมดไปด้วยซ้ำ

ถึงตรงนี้ ผู้เขียนคือ Madeleine Thien ได้ตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจว่า ที่จริงแล้วคุณสมบัติของดนตรีตะวันตกนั้นแทบจะเป็นในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับดนตรีจีนโบราณ ที่มีลักษณะสุขุม ลุ่มลึก และเรียบง่าย (สอดคล้องกับปรัชญาแบบจีนที่ว่าด้วยความสมถะในการครองชีวิต)

ขณะที่ดนตรีตะวันตกนั้นฉูดฉาด เต็มไปด้วยสีสันและความขัดแย้ง และต้องอาศัยสติปัญญา “อีกแบบหนึ่ง” ในการรับฟังโดยสิ้นเชิง

ซึ่งนั่นก็สอดคล้องกับองค์ความรู้และวิทยาการแบบตะวันตกที่เริ่มแพร่หลายในจีนช่วงไล่เลี่ยกัน

(ที่จริงผมควรตั้งข้อสังเกตไว้ตรงนี้ด้วยว่ากรณีของดนตรีไทยก็ไม่แตกต่างไปจากกันนัก คือต้องการ “วิธีการ” รับฟังที่แตกต่างออกไปจากดนตรีตะวันตกโดยสิ้นเชิง)

และดนตรีคลาสสิคที่ได้รับความนิยมในประเทศจีนเป็นอย่างมากในขณะนั้นก็คือดนตรีในกระแสโรแมนติค ซึ่งแน่นอนว่ามีนักแต่งเพลงอย่างเบโธเฟนเป็นตัวละครเอก ผู้เป็นเสมือนวีรบุรุษแห่งแนวคิดมนุษยนิยม และเจือปนไปด้วยกลิ่นอายแห่งการปฏิวัติเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบอบเก่า

ก่อเกิดเป็นกระแสชาตินิยม และความใฝ่ฝันถึงโลกที่คนทุกคนจะมีศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นมนุษย์อย่าง “เท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติวัฒนธรรมของเหมา เจ๋อ ตุง ใน พ.ศ. 2509 กลับกลายเป็นฝันร้ายของดนตรีคลาสสิคในประเทศจีน เมื่อเกิดการนิยามว่าดนตรีที่ดีจะต้องเป็นดนตรีเพื่อชนชั้นล่างเท่านั้น

ส่งผลให้ดนตรีคลาสสิคถูกป้ายสีว่าเป็นเพียงเศษซากของลัทธิจักรวรรดินิยม และกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกกำจัดออกจากสังคมจีน

เปียโนจำนวนมากถูกทำลายทิ้ง นักดนตรีจำนวนหนึ่งถึงกับต้องฆ่าตัวตายเพื่อหลบหนีการไล่ล่าของเหล่ายุวชนผู้รักชาติ

โดยเฉพาะในกรณีของอธิการบดีมหาวิทยาลัยดนตรีแห่งเซี่ยงไฮ้ คือนาย Hee  Luting นั้นถูกจับกุมและลงทัณฑ์ทรมานเพื่อให้เขายอมรับในความผิด

แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ดึงดันและไม่ยอมรับว่าการเรียนการสอนดนตรีต่างชาติเป็นความผิด

ส่วนวาทยกรของวงเซี่ยงไฮ้ซิมโฟนีออร์เคสตรา นาย Lu Hongen นั้นแสดงความกล้าหาญด้วยการเปิดเผยตนเองว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับการปฏิวัติวัฒนธรรมตั้งแต่แรกเริ่ม

ดังบทความของ Shella Melvin ใน http://english.caixin.com/ ให้ข้อมูลว่า เมื่อ Lu Hongen ถูกเหล่าเรดการ์ดกล่าวหาว่าเป็นพวก “ลัทธิแก้” มีบันทึกว่าเขาตะโกนโต้ตอบยอมรับด้วยความบ้าบิ่นว่าเขาเป็นพวกลัทธิแก้จริง

เขาถูกคุมขัง แต่ไม่ยอมละพยศ เขาโกรธเกรี้ยวกับความคลั่งไคล้ลัทธิเหมาของเหล่าเรดการ์ด และในโอกาสหนึ่ง ยังถึงกับฉีกสมุดปกแดงอันเป็นหนังสือรวมสอนของเหมา เจ๋อ ตง อีกด้วย

ก่อนเขาจะถูกคุมตัวไปยังหลักประหาร มีเรื่องเล่าว่า Lu Hongen ได้สั่งเสียกับเพื่อนของเขา ให้บอกบุตรชายของตนว่า หากได้เดินทางไปยังเยอรมนี จงไปคารวะหลุมศพของเบโธเฟน

และบอกกับดวงวิญญาณของเบโธเฟนให้ได้ ว่ามีชายคนหนึ่ง ในประเทศจีน ที่ก้าวเดินไปยังหลักประหารพร้อมด้วยเสียงเพลงของเบโธเฟนในลำคอ

แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยของโศกนาฏกรรมที่ดำเนินไปในหน้าฉากของความรักชาติ

และการปฏิวัติวัฒนธรรมที่น่าสยดสยอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s