นักแต่งเพลงสตรีที่ถูกลืม

เรื่องที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางในยุโรปสมัยก่อนมีประเด็นที่น่าสนใจ เพราะในอาคารที่มีความสูงหลายชั้น การแบ่งพื้นที่ในชั้นต่างๆ ก็คือการแบ่งประเภทของผู้อยู่อาศัยไปในตัว

นั่นคือ ในส่วนชั้นล่างๆ ผู้อยู่อาศัยมักเป็นผู้มาฐานะร่ำรวย อาจเป็นขุนนางหรือเจ้าชาย ส่วนกลางๆ ชั้นสาม-สี่ มักเป็นที่อยู่ของข้าราชการหรือขุนนางที่มียศและรายได้ต่ำลงมาหน่อย

ในส่วนชั้นบนสุด หรือห้องใต้หลังคาอันหนาวเย็นและต้องเหน็ดเหนื่อยเดินขึ้นบันได (เพราะไม่มีลิฟต์) เป็นที่อยู่ของนักศึกษาจนๆ หรือไม่ก็คนทำงานหาเช้ากินค่ำ

ดังนั้น ในนิยายตะวันตกเก่าๆ เราจึงมักพบฉากที่ตัวเอก (ผู้ยากไร้) อาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาอยู่บ่อยครั้ง

โครงสร้างอาคาร (หรือที่เรียกว่าอพาร์ตเมนต์) แบบนี้เอง ที่เอื้อให้มาริแอนน์ มาร์ติเนซ บุตรีของขุนนางชาวสเปญในเวียนนา ได้มีโอกาสพบกับปรมาจารย์ดนตรีคนสำคัญ คือโยเซฟ ไฮเดิน ผู้อาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาของอาคารที่เธออยู่นั่นเอง

มาริแอนน์ มาร์ติเนซ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2287 เป็นนักแต่งเพลง-นักดนตรีหญิงคนสำคัญคนหนึ่งที่เกิดในยุคสมัยเดียวกับโมซาร์ตและไฮเดิน เธอได้รับการศึกษาจากมิตรสหายของครอบครัว (ซึ่งอาศัยอยู่อพาร์ตเมนต์ชั้นเดียวกัน) ผู้เป็นกวีแห่งราชสำนัก

และด้วยความที่อาศัยอยู่ในตึกเดียวกัน มาริแอนน์จึงเคยเรียนบรรเลงฮาร์พซิคอร์ดจากไฮเดินในช่วงระยะเวลาหนึ่งด้วย

นอกจากนั้น มาริแอนน์ยังศึกษาดนตรีจากอาจารย์อีกหลายคน และได้รับการศึกษาในแขนงวิชาต่างๆ อย่างกว้างขวาง พูดได้ทั้งภาษาเยอรมัน อิตาเลียน ฝรั่งเศส และอังกฤษ

มาริแอนน์เริ่มแต่งเพลงตั้งแต่ยังเด็กมาก และมีชื่อเสียงเป็นที่รับรู้ทั่วกรุงเวียนนาถึงความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปี ส่งผลให้เธอได้รับเชิญให้เข้าไปบรรเลงดนตรีต่อหน้าพระจักรพรรดินีมาเรีย เทราซาอยู่บ่อยครั้ง

มาริแอนน์เขียนเพลงจำนวนมาก ทั้งสำหรับเปียโน ทั้งสำหรับวงออร์เคสตรา และเพลงขับร้องประสานเสียงสำหรับพิธีกรรมทางศาสนา (ดูเหมือนงานดนตรีชนิดเดียวที่เธอไม่เคยแต่งก็คืองานประเภทโอเปร่า)

มาริแอนน์ถือเป็นนักดนตรีคนสำคัญคนหนึ่งในช่วงเวลานั้น เธอรู้จักกับโมซาร์ต (ผู้อายุน้อยกว่าเธอ 12 ปี) และนักแต่งเพลงคนอื่นๆ อีกหลายคน และใช้ที่พำนักของเธอเป็นแหล่งพบปะสังสันทน์

โมซาร์ตเองก็นับถือความสามารถของมาริแอนน์ ดังปรากฏว่าทั้งสองคนเคยบรรเลงเปียโนคู่ออกแสดงคอนเสิร์ตด้วยกันหลายครั้ง

และงาน sonata บางชิ้นของโมซาร์ต ก็ถูกเขียนขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อมาริแอนน์ด้วย

นักวิชาการดนตรีบางคน ถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า งาน Mass K. 139 ของโมซาร์ตนั้น แท้ที่จริงแล้วได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานชิ้นหนึ่งของมาริแอนน์

หลังผู้ปกครองของเธอเสียชีวิต มาริแอนน์ได้รับมรดกจำนวนมาก เธอยังคงเปิดบ้านต้อนรับศิลปินแห่งกรุงเวียนนาทุกสัปดาห์ และส่งผลให้ที่พำนักของเธอเป็นเหมือนที่ชุมนุมของนักดนตรีคนสำคัญๆ ไปโดยปริยาย

แต่มาริแอนน์ไม่สามารถและไม่เคยประกอบอาชีพนักดนตรี เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรมสำหรับสตรีเพศในชนชั้นของเธอ

(ผู้หญิงที่เล่นดนตรีในสมัยนั้นมักถูกมองว่าเป็นผู้หญิงชั้นต่ำที่ทำหน้าที่บำเรอผู้ชาย และมักถูกกล่าวหาว่าเป็นโสเภณี)

และด้วยทัศนคติที่ยกเพศชายเป็นใหญ่ของสังคมตะวันตก ผลงานจำนวนกว่าสองร้อยชิ้นของมาริแอนน์จึงถูกหลงลืมไปจากหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีตะวันตกจนแทบจะเรียกได้ว่า “โดยสิ้นเชิง” และปัจจุบันก็คงมีน้อยคนมากที่จะรู้จักชื่อของเธอ

เช่นเดียวกับพี่สาวของโมซาร์ต นาม “มาเรีย แอนนา” ซึ่งเป็นอัจฉริยะตั้งแต่ในวัยเด็กเหมือนกับน้องชาย ก็ถูกลบลืมไปจากประวัติศาสตร์ดนตรีอย่างไม่ผิดไปจากกันนัก

ภาพ : Marianne Martinez (ค.ศ. 1744-1812)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s