เจมส์ จอยซ์กับดนตรีในนิยายเรื่อง Ulysses

แต่โบราณ ดนตรีกับบทกวีถือเป็นสิ่งเดียวกัน

ดังนั้น กวีโบราณ จึงมีหน้าที่ไม่ต่างไปจากนักดนตรีในปัจจุบัน นั่นคือขับร้องถ้อยความที่ตนร้อยเรียงออกมาเป็นเสียงเพลง

นักประวัติศาสตร์จำนวนมากเห็นตรงกันว่า มหากาพย์สำคัญของโลกตะวันตกอย่าง Odyssey หรือ Iliad นั้น แท้จริงแล้วไม่ได้มีไว้อ่านในใจ แต่มีไว้เพื่อขับร้องออกมาเป็นเสียงเพลงต่างหาก

และงานเขียนทั้งหมดของชาวตะวันตกในช่วงก่อนสมัยใหม่ ก็ล้วนเชื่อมโยงกับแนวคิดนี้ ดังจะเห็นได้จากการที่ผู้เขียนมักเลือกใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวัง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าจงใจให้ผู้อ่านได้ “อ่านออกเสียง” ไม่ใช่อ่านในใจ

เสียงดนตรีกับงานเขียนจึงถือเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่อย่างแนบชิด มีงานเขียนจำนวนมากของชาวตะวันตกที่พยายามรื้อฟื้นและอธิบายความสัมพันธ์นี้

และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ ในสมัยใหม่ ยังถึงกับมีงานเขียนจำนวนหนึ่ง ที่จงใจถอด “รูปแบบ” ของดนตรีหรือ “เทคนิค” การแต่งเพลงมาใส่ไว้ในงานเขียนประเภท “นิยาย” อีกด้วย

Alan Shockley อธิบายไว้ใน Music in the Words: Musical Form and Counterpoint in the Twentieth-Century Novel (2009) ว่าเรื่องนี้ไม่น่าประหลาดใจ เพราะ “นิยาย” (ในแบบที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน) กับ “ดนตรีคลาสสิค” นั้นมีส่วนสัมพันธ์และถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นี้เอง

และงานเขียนในรูปแบบนิยาย (novel) เรื่องแรกๆ ก็ถูกเขียนขึ้นโดยเจน ออสเตน ซึ่งเป็นนักเขียนที่อยู่ร่วมสมัยกับนักแต่งเพลงคนสำคัญคือเบโธเฟน

ส่วนสิ่งสำคัญที่ทำให้งานทั้งสองประเภทคาบเกี่ยวกันและกัน ก็คือเรื่องของ “พล็อต” หรือเนื้อหา ซึ่งปรากฏอยู่ในนิยาย และปรากฏอยู่ในงานดนตรีคลาสสิคจำนวนมาก (ถึงแม้จะเป็นเพลงบรรเลงก็ตาม)

เหตุการณ์” ในแบบแผนของทั้งดนตรีและนิยายตะวันตก จะดำเนินอยู่บนฐานของ “ความขัดแย้ง” ซึ่งนำไปสู่ “การคลี่คลาย” และสรุปลงอย่างสมบูรณ์ในตอนจบ

แต่ในนิยายสมัยใหม่ ของนักเขียนคนสำคัญอย่างเจมส์ จอยซ์ ไปไกลกว่านั้น ด้วยการนำ “เทคนิควิธีการแต่งเพลง” มาใช้ในการเขียนนิยาย

(เจมส์ จอยซ์ มีชีวิตอยู่ในช่วง พ.ศ. 2425-2484 เป็นนักเขียนชาวไอริชที่ใช้เทคนิควิธีหลายอย่างในการสร้างนิยายขึ้นอย่างซับซ้อน จนกระทั่งในแวดวงวรรณกรรมปัจจุบันก็ยังเป็นที่ทราบกันดีว่า การจะทำความเข้าใจกับงานของจอยซ์ให้ได้อย่างถ่องแท้นั้นเป็นเรื่องยากมาก)

งานที่ Alan Shockley พูดถึง คือผลงานนิยายเรื่อง Ulysses ของเจมส์ จอยซ์ ซึ่งเขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2465 และมีบันทึกของจอยซ์แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าเขาจงใจใช้เทคนิควิธีทางดนตรีมาเขียนนิยาย

เทคนิคที่ว่าคือวิธีการเขียนเสียงประสานเสียงแบบ “Polyphony”

วิธีเขียนเพลงแบบ Polyphony หมายถึงการเขียนทำนองหลายทำนอง แล้วให้บรรเลงไปพร้อมๆ กัน เช่น นักร้องคนหนึ่ง ร้องทำนองที่ 1 ส่วนอีกคนหนึ่ง ร้องทำนองที่ 2 พร้อมๆ กัน เป็นต้น

ให้ผลลัพธ์เป็นเพลงที่ประสานเสียงขึ้นจากทำนองเพลงมากกว่าหนึ่งทำนอง

แต่คำถามก็คือ ในนิยาย การอ่านของผู้อ่าน จำเป็นต้องกระทำผ่านเสียง “เสียงเดียว” เท่านั้น (เพราะเราไม่มีทางจะอ่านประโยคสองประโยคในเวลาเดียวกันได้แน่ๆ)

ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การใช้เทคนิค Polyphony ของจอยซ์จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า?

Alan Shockley อธิบายวิธีการของจอยซ์โดยนำตัวอย่างนิยาย Ulysses บทที่ 11 ส่วนหนึ่งมาแสดง ดังจะคัดมาให้ดูดังนี้

– Bravo! Clapclap. Good man, Simon. Clappyclapclap. Encore! Clapclipclapclap. Sound as a bell. Bravo, Simon! Clapclopclap.

นั่นคือ ในขณะที่ประโยคกำลังบอกเล่าเหตุการณ์ในรูปบทสนทนาที่บุคคลหนึ่งกำลังชื่นชมอีกคนหนึ่ง มีการกล่าวคำว่า “บราโว” แล้วจึงตัดเข้าเสียงปรบมือว่า “Clapclap” จากนั้นจึงตัดเข้าบทพูดอีกว่า – คนเก่ง ไซมอน – (Good man, Simon) ก่อนจะกลับไปหาเสียงปรบมือ “Clappyclapclap” อีกครั้ง

ซึ่งทำให้เราสามารถแบ่งประโยคในย่อหน้านี้ออกได้เป็นสองชุดคือ

1) เสียงพูด : Bravo! / Good man, Simon. / Encore! / Sound as a bell. Bravo, Simon!

2) เสียงปรบมือ : Clapclap. / Clappyclapclap. / Clapclipclapclap. / Clapclopclap.

ทั้งเสียงพูดและเสียงปรบมือ จึง “เสมือน” กับว่าดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เท่ากับว่า “ทั้งสองเสียง” นี้ดำรงอยู่ “พร้อมๆ กัน” ในขณะเดียวนั่นเอง

ถือเป็นการใช้เทคนิค Polyphony ของดนตรีประสานเสียงลงในงานเขียนนิยายได้อย่างชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง

อนึ่ง ตัวอย่างที่ผมยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่อาจดูคล้ายกับว่าบังเอิญ แต่ในความจริงแล้ว ยังมีตัวอย่างใหญ่ๆ ที่ซับซ้อนกว่านี้มาก และเห็นได้ชัดถึงความจงใจของจอยซ์ที่จะใช้เสียงหลายๆ เสียงในลักษณะ Polyphony (ในบางกรณีมีมากถึง 4 เสียงพร้อมๆ กัน)

นอกจากนี้ ยังมีการเลือกใช้เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับดนตรีอีกหลายอย่างในนิยายเรื่องนี้ มีทั้งการอ้างอิงเนื้อร้องเพลงต่างๆ จำนวนมาก โดย Alan Shockley ระบุว่า ในบทที่ 11 ของนิยายที่มีความยาวเพียง 29 หน้านี้ จอยซ์ได้เขียนประโยคที่อ้างอิงถึงเพลงต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมากถึง 158 แห่งทีเดียว

Ulysses ของจอยซ์ จึงถือเป็นนิยายสมัยใหม่ที่ย้อนกลับไปรื้อฟื้นสายสัมพันธ์กับดนตรีได้อย่างน่าประทับใจที่สุดเรื่องหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s