เบาหวิวหรือหน่วงหนัก!?

esmusssein

ในโน้ตเพลงท่อนสุดท้ายของ String Quartet Op. 135 มีข้อความของเบโธเฟนเขียนไว้ที่หัวกระดาษว่า Der schwer gefaßte Entschluß (The difficult decision) และแนะนำชุดโน้ตที่เป็นเนื้อหาหลักของเพลงด้วยประโยคถาม-ตอบ คือ Muss es sein? (Must it be?) / Es muss sein! (It must be!) ดังภาพประกอบ

Anton Schindler (ผู้ช่วยเบโธเฟนและต่อมาเป็นผู้เขียนชีวประวัติของเบโธเฟน) เล่าถึงที่มาของคำถามนี้ว่า มาจากกรณีที่หญิงรับใช้ของเบโธเฟนขอเงินค่าจ้างเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกัน Schindler ก็พาดพิงถึงอีกเรื่องเล่าหนึ่งของ Karl Holz ด้วย

Karl Holz เป็นนักดนตรีในวง Schppanzigh Quartet ซึ่งเป็นวงดนตรีที่บรรเลง string quartet ของเบโธเฟนเป็นประจำ Holz เล่าความเป็นมาของประโยคถาม-ตอบนี้ว่า มาจากการที่นาย Ignaz Dembscher ชนชั้นผู้มีเงินและเป็นนักดนตรีสมัครเล่นไม่ได้เข้าฟังการแสดง String Quartet Op. 130 รอบปฐมทัศน์ของเบโธเฟนเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ปี 1826 แต่ในภายหลัง กลับส่งคนมาขอยืมโน้ตเพลงของเบโธเฟนเพื่อไปให้นักดนตรีของตนบรรเลงให้ฟังเป็นการส่วนตัว ณ ที่พำนัก

(อนึ่ง ควรทราบว่าสำหรับเบโธเฟนแล้วการเข้าฟังการแสดงรอบปฐมทัศน์ของงานมีความสำคัญ เพราะถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความสนใจในงานประพันธ์ของนักแต่งเพลงอย่างจริงใจ นอกจากนั้นแล้วรายได้ส่วนหนึ่งจากการแสดงยังตกเป็นของนักแต่งเพลงด้วย)

เบโธเฟนปฏิเสธไม่ให้ยืมโน้ตเพลง และเสนอว่าหากนาย Dembscher ต้องการโน้ตเพลง ก็ต้องจ่ายเงินค่ารับชมการแสดงรอบปฐมทัศน์มาก่อน เป็นเงิน 50 florins

Karl Holz รับหน้าที่เป็นผู้นำเรื่องนี้ไปบอกนาย Dembscher และกลับมาเล่าให้เบโธเฟนฟังว่า – หลังจากที่ได้ยินข้อเสนอนี้ นาย Dembscher ก็ถามออกมาว่า Muss es sein?

Karl Holz เล่าว่าเบโธเฟนรู้สึกขบขันกับปฏิกิริยาของนาย Dembscher มาก จนถึงกับหัวเราะออกมาดังๆ พร้อมกับร้องคำว่า Es muss sein! ออกมาเป็นเพลง และต่อมายังได้บันทึกเพลงนี้ไว้ในรูปแบบเพลงร้องสำหรับเสียง 4 เสียง โดยมีเนื้อร้องสั้นๆ ว่า

Es muß sein, ja, ja, ja, heraus mit dem Beutel!

Heraus, heraus, es muß sein!

มันต้องเป็นอย่างนั้นแหละ, ใช่, ใช่, ใช่, ควักกระเป๋าออกมา!

เอา (เงิน) ออกมา, เอาออกมา, มันต้องเป็นอย่างนั้นแหละ!

(ฟังงานชิ้นนี้ได้ที่ http://www.beethoven-haus-bonn.de/)

ต้นฉบับระบุว่างานชิ้นนี้ถูกเขียนขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 1826 และอุทิศให้แก่นาย Dembscher

ต่อมา ทำนอง Es muss sein! สามตัวโน้ตนี้ถูกเบโธเฟนนำกลับมาใช้อีกครั้งในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ใน String Quartet Op. 35 ที่กล่าวถึงแล้วข้างต้น

String Quartet Op. 35 เป็นผลงานเต็มเพลงชิ้นสุดท้ายที่เบโธเฟนแต่ง ก่อนจะถึงแก่กรรมในเดือนมีนาคมปีถัดมา (1927)

และด้วยความที่นักประวัติศาสตร์ดนตรีส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญมากกับงานชิ้นสุดท้ายของนักแต่งเพลง งาน String Quartet Op. 35 จึงถูกตีตราเป็นงานในระดับสำคัญมาก

ประกอบกับความเคร่งเครียดจริงจังของงาน string quartet ส่วนมากของเบโธเฟน จึงทำให้ประโยค Es muss sein! อันมีที่มาจากเหตุการณ์ตลกขบขัน (หากเราเชื่อเรื่องเล่านั้น) กลายเป็นประโยคที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของอภิปรัชญา

ดังที่คุนเดอราเขียนไว้ใน ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต ว่าใน String Quartet Op. 35 นั้น :

“คำว่า Es muss sein! มีกังวานเคร่งขรึมจริงจังกว่าเดิมมาก ราวกับเปล่งจากริมโอษฐ์ของเทวีแห่งชะตากรรมทีเดียว”

คุนเดอราสรุปเรื่องราวของชุดโน้ต Es muss sein! ไว้ว่า

“ด้วยประการฉะนี้ บีโธเฟนได้แปรเปลี่ยนแรงดลใจอันไร้สาระ ให้กลายเป็นดนตรีบรรเลงควอเต็ทที่เคร่งขรึมจริงจัง เปลี่ยนเรื่องตลกให้กลายเป็นความจริงทางอภิปรัชญา นี่เป็นตำนานน่าสนใจของการที่เรื่องเบาหวิวกลายเป็นเรื่องหนักหน่วง”

เทียบเคียงกับเรื่องความบังเอิญ (อันเบาหวิว) ของความรักระหว่างโทมัสกับเทเรซา ที่สุดท้ายแล้วพลิกผันกลายมาเป็นน้ำหนักที่เหลือทนสำหรับโทมัส

และรวมไปถึงคุณสมบัติของความเป็นทวิลักษณ์ในกรณีอื่นๆ ของเรื่องราวในนิยายที่สามารถพลิกผันสับเปลี่ยนตำแหน่งกันไปมาได้ตลอดเวลาอย่างน่าฉงน

อย่างไรก็ตาม “ความเคร่งขรึมจริงจัง” ของเสียงดนตรีในท่อนสุดท้ายของ String Quartet Op. 35 จะเป็นจริงอย่างที่คุนเดอรากล่าวไว้หรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ

เพราะในปัจจุบันนักวิชาการดนตรีหลายคน เห็นว่าบุคลิกของ String Quartet Op. 35 ในท่อน Es muss sein! นั้นหาได้มีลักษณะที่เคร่งขรึมจริงจังแต่อย่างใดไม่ และยังมีท่าทีไปในแบบชวนหัวหรือ comedy ด้วยซ้ำ

มีการวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ทำให้นักประวัติศาสตร์รุ่นก่อนพยายามกล่าวอ้างถึงความ “เคร่งเครียดจริงจัง” ของ string quartet บทนี้ เกิดขึ้นจากการพยายามเชื่อมต่อผลงานการประพันธ์ของเบโธเฟนเข้ากับเรื่องราวในชีวิตส่วนตัวของเขามากเกินไป

(string quartet บทนี้ถูกเขียนขึ้นในช่วงที่เบโธเฟนประสบปัญหาชีวิตขั้นร้ายแรง จากเหตุการณ์พยายามฆ่าตัวตายของบุตรบุญธรรม)

นอกจากนั้น ภาพลักษณ์ความเป็นวีรบุรุษของเบโธเฟนที่ทุกคนพยายามเสกสร้าง ยังไปกันไม่ได้โดยสิ้นเชิงกับการเขียนงานง่ายๆ ตลกขบขันปิดท้ายเป็นงานก่อนมรณกรรมอีกด้วย

ดังนั้น ในขณะที่นักวิชาการฝ่ายหนึ่งพยายามยืนยันถึงความเคร่งเครียดจริงจังของ String Quartet Op. 35 งานชิ้นเดียวกันนี้เอง กลับถูกนักวิชาการอีกฝ่ายหนึ่งปฏิเสธว่าไม่มีความเคร่งเครียดจริงจังอันใด

ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต่างไปจากประเด็นความเป็นทวิลักษณ์ในนิยายของคุนเดอรานั่นเอง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s