Henryk Gorecki’s Symphony No. 3

เมื่อ พ.ศ.  2535 หรือ 25 ปีที่แล้วเกิดปรากฏการณ์พิเศษในแวดวงดนตรีคลาสสิค คือการที่อัลบั้มดนตรีคลาสสิคชุดหนึ่ง – เพลง Symphony หมายเลข 3 ของ Henryk Gorecki นักแต่งเพลงชาวโปแลนด์ทำยอดขายได้ถล่มทลาย เป็นจำนวนถึงมากกว่าหนึ่งล้านแผ่น

ทั้งๆ ที่เพลงๆ นี้เคยได้รับการบรรเลงครั้งแรกในเทศกาลดนตรี-ศิลปะสมัยใหม่ ที่ฝรั่งเศส ตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2520 และไม่ปรากฏว่าคนในวงการดนตรีคลาสสิคให้ความสนใจต่อเพลงๆ นี้มากนัก

ยิ่งกว่านั้น ยังกล่าวกันว่า ในการแสดงครั้งนั้น มีผู้ฟังจำนวนหนึ่งที่ไม่พอใจกับผลงานชิ้นนี้มาก จนถึงกับตะโกนด่าว่าเป็นงาน “ขยะ

ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้ผู้ฟังจำนวนหนึ่งไม่พอใจจนถึงขนาดนั้น ก็คงต้องตอบว่า – เพราะงานชิ้นนี้ “ง่ายเกินไป

เพราะในขณะที่นักแต่งเพลงตะวันตกจำนวนมากในยุคนั้นกำลังคร่ำเคร่งกับการทำอะไรแปลกๆ ยากๆ แต่งาน Symphony หมายเลข 3 ของ Gorecki นี้กลับทำในสิ่งตรงข้าม คือหวนคืนสู่ความเรียบง่าย

ทั้งบทเพลงเต็มไปด้วยเสียงร้องของสตรีและท่วงทำนองที่เนิบช้าเศร้าสร้อย วนเวียนซ้ำไปมา โดยอาศัยบรรยากาศของเพลงพื้นบ้านโปแลนด์และดนตรีศาสนาเป็นแกนหลัก

แต่บทเพลงเนิบช้านี้เอง ที่นาย Robert Hurwitz ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแผ่นเสียง Nonesuch ได้รับฟังในคอนเสิร์ตที่ลอนดอนในปี พ.ศ. 2532 และประทับใจเป็นอย่างมาก

เขาเชื่อว่าสาธารณชน (หรือผู้บริโภค) จำนวนหนึ่งจะต้องประทับใจกับเพลงนี้เช่นเดียวกับเขา และประเมินไว้ว่าหากเขาอัดแผ่นเสียงงานชิ้นนี้ มันจะต้องขายได้อย่างน้อย 25,000-30,000 แผ่น

แต่ผลปรากฏว่าเมื่อแผ่นเสียงออกวางตลาดในปี พ.ศ. 2535 เพียงในเดือนเมษายนเดือนเดียวก็มียอดจำหน่ายเฉลี่ยถึงวันละ 10,000 แผ่น และยอดขายก็พุ่งทะยานขึ้นเป็นล้านแผ่นในที่สุด

และที่น่าสนใจก็คือทั้งหมดนี้ก่อเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการ เช่น การที่สถานีวิทยุ Claccis FM นำเพลงนี้ออกอากาศบ่อยครั้งในช่วงเดือนกันยายนของปีนั้น

และทางผู้จัดจำหน่าย ยังทำการตลาดด้วยวิธีแปลกใหม่ คือจัดส่ง Symphony บทนี้ไปให้เหล่าดารานักร้องคนสำคัญๆ ได้ฟัง เช่น Mick Jagger แห่งวง Rolling Stones เป็นต้น

ผลตอบรับจึงกลายเป็นความโด่งดังที่เดินใครๆ คาดหมาย จนบทเพลง Symphony หมายเลข 3 นี้ถึงกับขึ้น Billboard ในฐานะเพลงป๊อปที่ขายดีที่สุดอันดับ 6 ในอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2536 เลยทีเดียว

ถือเป็นเพลงคลาสสิคเพลงแรก ที่เบียดอันดับของเพลงป๊อปขึ้นไปได้สูงขนาดนั้น

แต่ในความเห็นของบางคน ดนตรีของ Gorecki เช่นเพลงนี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นเรื่องของยุทธวิธีทางการตลาด เพื่อที่จะทำรายได้ของบริษัทแผ่นเสียง

ผ่านเสียงเพลงที่เรียบง่าย โดยอิงอยู่กับเรื่องศาสนาคริสต์

ถือเป็นเสียงเพลงย้อนยุค ที่ตอบสนองต่อสังคมสมัยใหม่ที่วุ่นวายสับสน และต้องการความสงบ

แต่ถ้าเราพิจารณาบริบทแวดล้อมโดยละเอียด ก็น่าจะเห็นได้ว่าความจริงแล้ว Gorecki ไม่ได้มีเจตนาเรื่องการตลาดแต่ต้นแน่ๆ แต่จงใจเขียนงานที่ขัดกับขนบดนตรีคลาสสิคขณะนั้น (ที่นิยมเขียนเพลงยากๆ) ด้วยเหตุผลบางอย่าง

และสาเหตุที่เพลงนี้โด่งดังมาก ทั้งในยุโรปและอเมริกา ก็ควรจะพิจารณาถึงตัวเนื้อหาของเพลงด้วย ว่ามีลักษณะดรามาติค คือสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ได้รับฟัง (หรือเพียงอ่านเนื้อร้อง) เป็นอย่างยิ่ง

เพราะเนื้อร้องของ Symphony หมายเลข 3 นี้ ว่าด้วยความสูญเสีย พรัดพราก ว่าด้วยความเลวร้ายของสงคราม

โดยเฉพาะในศูนย์กลางคือท่อนที่สอง เป็นเนื้อร้องที่ถูกคัดลอกมาจากผนังกำแพงคุกใต้ดินของเกสตาโป เป็นบทสวดโบราณในศาสนาคริสต์

ที่ระบุไว้ข้างใต้ว่าเขียนโดยเด็กสาวนามเฮเลนา อายุ 18 ปี และถูกคุมขังอยู่ ณ ที่นั้นในปี พ.ศ. 2487

ดังนั้น นอกจากดนตรีที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานชิ้นนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

แต่ตัวเนื้อร้อง หรือแนวคิด ประวัติศาสตร์ ความโศกเศร้าสาหัสที่พ่วงติดมากับเพลงๆ นี้ ก็กระทบใจผู้คนอย่างล้นเหลือ

และส่งผลให้บทเพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างถึงที่สุดนั่นเอง

🎼 ฟัง Symphony No. 3 ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=-mEWlGLkjIw

🎼 ดูคำร้องของ Symphony No. 3 ได้ที่ https://web.ics.purdue.edu/~felluga/holocaust/goreckilyrics696.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s